1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
ในการสอนวิชาการงานอาชีพที่ผ่านมา ผู้สอนได้พบประเด็นปัญหาที่สำคัญ คือ นักเรียนมีแนวคิดที่คลาดเคลื่อน
เกี่ยวกับทักษะพื้นฐานอาชีพ โดยเฉพาะช่างไฟฟ้าที่มีการต่อวงจรไฟฟ้าที่เป็นกระแสสลับ อาจมีสาเหตุเนื่องมาจาก
พื้นฐานประสบการณ์เดิม หรือการได้รับความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ คลุมเครือ เป็นผลให้ได้ข้อสรุป ที่คลาดเคลื่อน
จากความเป็นจริง เป็นผลทำให้นักเรียนไม่กล้าคิด และลงมือปฏิบัติเกี่ยวกับงานวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ จนนักเรียน
ไม่บรรลุเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนเรื่องดังกล่าว
อีกทั้งช่วงเดือนตุลาคมปี 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์อุทกภัยจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อล้นเข้าท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดสิงห์บุรี สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนของนักเรียน นั่นคือ "การถูกตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราว" ซึ่งเป็นมาตรการรับมือที่จำเป็นของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจรในขณะที่มีน้ำท่วมขังสูง การไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของชาวสิงห์บุรีในหลายมิติ เริ่มตั้งแต่การขาดแคลนแสงสว่างในยามค่ำคืน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำและอันตรายจากสัตว์มีพิษ นอกจากนี้ ระบบการสื่อสารยังหยุดชะงักเมื่อแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหมด ทำให้การขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉินหรือการติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก การสร้างชุด Power kit สามารถช่วยให้บ้านที่มี 2 ชั้น ที่นักเรียนพักอาศัยอยู่บริเวณชั้นบนของตัวบ้านสามารถใช้ไฟฟ้าได้ชั่วคราวจากสายไฟหลักของตัวบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงของปลั๊กไฟที่จมน้ำ
ดังนั้นจึงทำให้ครูผู้สอนประยุกต์ใช้กิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบกรณีศึกษา(Case Study) และปัญหาเป็นฐาน(Problem Based Learning) ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวพร้อมกับใช้สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ Anywhere Anytime เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาบทเรียนได้ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ตามโมเดลการเรียนรู้ LPI Model (Learning-Practice-Innovation) ในรายวิชาการงานอาชีพ 3 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านแป้งวิทยา
สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียน
รายวิชาการงานอาชีพ 3 (ง33101)